กระแสตื่นตัวเนื้อสัตว์ชนิดใหม่ ที่ไม่ต้อง "เลี้ยงแล้วฆ่า" เริ่มมาแรงเรื่อย ๆ มีทั้งเนื้อสัตว์ปลูก (in vitro meat) และ เนื้อสัตว์จากพืช (plant-based meat) ซึ่งเนื้อสัตว์แบบปลูกนั้น มีสตาร์ทอัพที่กำลังพัฒนาผลิตภัณฑ์ในโลกนี้เพียง 8 แห่งเท่านั้น และ 3 ใน 8 แห่งนั้น อยู่ในประเทศอิสราเอล ที่เหลืออยู่ในยุโรป และ อเมริกา ด้วยเหตุนี้ จีน ซึ่งเป็นประเทศที่ต้องการเป็นผู้นำทุกด้าน หน่วยงานของรัฐของจีนจึงไปทำข้อตกลงกับประเทศอิสราเอล เพื่อให้บริษัทของจีน และ สตาร์ทอัพของอิสราเอล ร่วมมือกันในการพัฒนาเทคโนโลยีเนื้อสัตว์ปลูก และ การทำตลาดเนื้อสัตว์ชนิดนี้ในประเทศจีน ซึ่งนับวัน คนจีนจะบริโภคเนื้อสัตว์มากขึ้นเรื่อย ๆ โดยในปี พ.ศ. 2559 มีการนำเข้าเนื้อสัตว์ประมาณ 3.2 แสนล้านบาท (1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ) โดยรัฐบาลจีนไม่อยากให้ประชาชนบริโภคเนื้อสัตว์เพิ่มขึ้นเนื่องจากต้องการลดภาวะโลกร้อนที่เกิดจากอุตสาหกรรมเลี้ยงสัตว์

          ดังนั้น เนื้อสัตว์ปลูก จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่จะลดผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมจากอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์ดั้งเดิม ซึ่งตลาดในจีนนั้น มีขนาดที่พร้อมจะทำให้เนื้อสัตว์ชนิดใหม่นี้เกิดขึ้น "ถ้าคุณมีเนื้อสัตว์อยู่ 2 แบบให้บริโภคในท้องตลาด แบบแรกคุณต้องฆ่าชีวิตเขา กับอีกแบบหนึ่งซึ่งถูกกว่า เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมกว่า และไม่ต้องฆ่าสัตว์ คุณจะเลือกอะไร"

แหล่งที่มา : https://futurism.com/china-signed-a-300-million-lab-grown-meat-deal-with-israel/

1. Brad Jones. (2018, January 6). China Signed a $300 Million Lab-Grown Meat Deal with Israel [Online]. Futurism. Retrieved from https://futurism.com/china-signed-a-300-million-lab-grown-meat-deal-with-israel/.

2.  Smart Farm – เกษตรอัจฉริยะ 

3. http://www.thaihalalfoods.com (ฐานข้อมูลเพื่อสนับสนุนการพัฒนาฮาลาลไทย)