จุดแข็ง

1) วัตถุดิบและส่วนประกอบอาหารของไทยมีความหลากหลาย รวมทั้งมีคุณภาพมาตรฐาน สามารถผลิตสินค้าอาหารฮาลาลได้ถูกต้องตามหลักศาสนาอิสลาม เห็นได้จากประเทศมุสลิมหลายประเทศนำเข้าวัตถุดิบจากไทยเพื่อนำไปแปรรูปทั้งบริโภคเองและส่งออกต่อไปยังประเทศที่สาม ตัวอย่างประเทศที่นำเข้าวัตถุดิบจากไทย ได้แก่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย โดยมีสินค้าที่นำเข้า เช่น แป้งมันสำปะหลัง น้ำตาลทราย ไก่สด เป็นต้น
 
2) ผู้ประกอบการมีศักยภาพและความพร้อมในการผลิตสินค้าอาหารฮาลาล ปัจจุบันอาหารที่ผลิตในประเทศไทยได้ผ่านการรับการรับรองมาตรฐานเทียบเท่าสากล (Codex) ดังนั้น การพัฒนากระบวนการผลิตอาหารฮาลาลจึงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับผู้ประกอบการไทย เพราะโดยปกติแล้วมาตรฐานในการผลิตอาหารฮาลาลไม่แตกต่างจากมาตรฐานอาหารทั่วไป เพียงแต่ต้องเพิ่มเติมรายละเอียดในการทำความเข้าใจกับผู้บริหารรวมถึงเพิ่มพูนองค์ความรู้ให้แก่บุคลากรผู้ปฎิบัติงาน เพื่อจะได้สามารถดำเนินงานให้สอดคล้องกับหลักการทางศาสนา
 
3) มีองค์กรศาสนาที่เข้มแข็งและมีเอกภาพทำหน้าที่ในการออกใบรับรองผลิตภัณฑ์ฮาลาล ได้แก่ คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย (The Central Islamic Council of Thailand: CICOT) รวมทั้งคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด (The Islamic Committee of Province) จำนวน 36 แห่ง นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานราชการ สถาบันการศึกษา ทำหน้าที่สนับสนุนงานด้านวิชาการเพื่อให้กระบวนการผลิตและสินค้าได้มาตรฐานฮาลาล
 
4) ภาครัฐเห็นความสำคัญและให้การสนับสนุน ในหลายๆ รัฐบาลที่ผ่านมา ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของธุรกิจฮาลาล จึงมีมาตรการส่งเสริมธุรกิจฮาลาลอย่างต่อเนื่อง จนมาถึงรัฐบาล ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มีบัญชาให้มีนโยบายการส่งเสริมธุรกิจฮาลาลขึ้นเพื่อเป็นกลไกหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยมีการแต่งตั้งคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพธุรกิจและสินค้าฮาลาลแห่งชาติ ทำหน้าที่ขับเคลื่อนธุรกิจฮาลาลทั้งระบบ ซึ่งคณะกรรมการชุดดังกล่าวได้จัดทำยุทธศาสตร์การส่งเสริมพัฒนาศักยภาพธุรกิจสินค้าและบริการฮาลาล ระยะ 5 ปี (พ.ศ.2559-2563) โดยแนวคิดและหลักการของยุทธศาสตร์ฯ คือ ยึดหลักศาสนบัญญัติเป็นแกนหลักในการพัฒนาอุตสาหกรรมฮาลาล เพื่อให้สินค้าอาหารฮาลาลมีคุณภาพได้มาตรฐาน “ศาสนารับรองและวิทยาศาสตร์รองรับ” โดยให้มุ่งเน้นแนวทางดำเนินงานเชิงบูรณาการ ประกอบด้วย หลักการทางศาสนา ระบบการผลิตการตลาด การตรวจสอบ และการสร้างคุณภาพฮาลาลของประเทศไทย
 

จุดอ่อน

1) ผู้ประกอบการขาดองค์ความรู้ความเข้าใจในการประกอบธุรกิจอาหารฮาลาล ทั้งในส่วนของการผลิต กระบวนการรับรอง ความรู้ด้านการตลาด พฤติกรรมผู้บริโภค รวมถึงรูปแบบการทำธุรกิจของคนมุสลิมที่มักอาศัยความไว้เนื้อเชื่อใจกันเสียก่อนจึงจะซื้อสินค้า เป็นต้น ส่งผลทำให้ไม่สามารถใช้ความเป็นสินค้าฮาลาลในการขยายตลาดได้ จึงมีผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยที่ขอยกเลิกการใช้เครื่องหมายรับรอง
 
2) บุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในการตรวจรับรองมารตรฐานอาหารฮาลาล รวมถึงมีความเข้าใจงานด้านวิทยาศาสตร์ยังมีน้อย สินค้าอาหารฮาลาลแตกต่างจากสินค้าอื่นคือต้องอยู่ภายใต้บทบัญญัติทางศาสนา ซึ่งกำหนดให้องค์กรศาสนาอิสลามเป็นผู้ดำเนินการตรวจรับรองอาหารฮาลาล โดยมีงานด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาลสนับสนุนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค ซึ่งองค์กรทางศาสนาที่ทำหน้าที่ในการตรวจรับรองฮาลาลของไทยในปัจจุบันมีความเข้มแข็งในระดับหนึ่ง แต่ยังคงต้องได้รับการพัฒนาบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาลขององค์กรให้เข้มแข็งขึ้นทั้งในเชิงศักยภาพและปริมาณ
 
3) ต้นทุนในการขอรับรองฮาลาลค่อนข้างสูง และขั้นตอนในการดำเนินงานค่อนข้างล่าช้า ในช่วงที่ผ่านมา มีผู้ประกอบการจำนวนมากหันมาให้ความสนใจตลาดอาหารฮาลาลและมีความพยายามในการขอรับเครื่องหมายฮาลาล แต่ติดขัดในเรื่องของขั้นตอนกระบวนการขอการรับรองที่ผู้ประกอบการเห็นว่ามีความยุ่งยาก ล่าช้า รวมทั้งค่าธรรมเนียมในการขอรับรองค่อนข้างสูง ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการโดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs
 
4) ข้อมูลอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลยังไม่เป็นระบบและเข้าถึงได้ยาก ทั้งที่มีสาเหตุมาจากระบบการจัดเก็บสถิติที่ไม่เอื้ออำนวย เช่น สถิติการนำเข้าส่งออกที่ไม่สามารถจำแนกสินค้าที่ได้รับการรับรองฮาลาลออกจากสินค้าทั่วไปได้ หน่วยงานเจ้าของข้อมูลขาดการบริหารจัดการข้อมูลรวมถึงไม่เปิดเผยข้อมูลเพื่อประโยชน์สาธารณะ ส่งผลทำให้ไม่มีข้อมูลประกอบการพิจารณาเพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมฮาลาลอย่างเป็นรูปธรรมได้
 
5) ขาดการบูรณาการและความต่อเนื่องในการดำเนินงานพัฒนาอุตสาหกรรมฮาลาลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากประเทศไทยมีหลายหน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการพัฒนาอุตสาหกรรมฮาลาล ซึ่งแต่ละหน่วยงานก็มุ่งเน้นดำเนินงานตามภารกิจของตนเป็นหลัก จึงทำให้เกิดปัญหาการดำเนินงานซ้ำซ้อนรวมทั้งยังขาดความเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานทำให้ผลสัมฤทธิ์ของโครงการต่อภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมไม่มากอย่างที่ควรจะเป็น

 

แหล่งที่มาข้อมูล : http://www.thaihalalfoods.com (ฐานข้อมูลเพื่อสนับสนุนการพัฒนาฮาลาลไทย)